น้ำตกแม่แจ้ฟ้า ,จังหวัดลำปาง
เขียนโดย
indipendent
on วันศุกร์ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2552
ป้ายกำกับ:
จังหวัดลำปาง,
น้ำตกแม่แจ้ฟ้า
/
Comments: (0)
ถ้ำโจร ,จังหวัดลำปาง
เขียนโดย
indipendent
ป้ายกำกับ:
จังหวัดลำปาง,
ถ้ำโจร
/
Comments: (0)
อุทยานแห่งชาติถ้ำผาไท ,จังหวัดลำปาง
เขียนโดย
indipendent
on วันพฤหัสบดีที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2552
ป้ายกำกับ:
จังหวัดลำปาง,
อุทยานแห่งชาติถ้ำผาไท
/
Comments: (0)
แหล่งโบราณคดีค่ายประตูผา,จังหวัดลำปาง
เขียนโดย
indipendent
ป้ายกำกับ:
จังหวัดลำปาง,
แหล่งโบราณคดีค่ายประตูผา
/
Comments: (0)
เจ้าพ่อประตูผาเดิมชื่อ ,จังหวัดลำปาง
เขียนโดย
indipendent
on วันพุธที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2552
ป้ายกำกับ:
จังหวัดลำปาง,
เจ้าพ่อประตูผาเดิมชื่อ
/
Comments: (0)
ผาข้าง,จังหวัดลำปาง
เขียนโดย
indipendent
ป้ายกำกับ:
จังหวัดลำปาง,
ผาข้าง
/
Comments: (0)
น้ำตกตาดปู่หล้า ,จังหวัดลำปาง
เขียนโดย
indipendent
on วันอังคารที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2552
ป้ายกำกับ:
จังหวัดลำปาง,
น้ำตกตาดปู่หล้า
/
Comments: (0)
น้ำตกแม่งาช้าง ,จังหวัดลำปาง
เขียนโดย
indipendent
ป้ายกำกับ:
จังหวัดลำปาง,
น้ำตกแม่งาช้าง
/
Comments: (0)
น้ำตกตาดปู่หล้า ,จังหวัดลำปาง
เขียนโดย
indipendent
on วันจันทร์ที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2552
ป้ายกำกับ:
จังหวัดลำปาง,
น้ำตกตาดปู่หล้า
/
Comments: (0)
ผากาน ,จังหวัดลำปาง
เขียนโดย
indipendent
ป้ายกำกับ:
จังหวัดลำปาง,
ผากาน
/
Comments: (0)
ผากาน อยู่ห่างจากยอดดอยจงประมาณ ๒ กิโลเมตร เป็นทางดิ่งลงเขาตลอด เป็นเส้นทางที่เหมาะสำหรับดูนก เป็นผาหินปูนแหลมคมการปีนขึ้นต้องใช้ความระมัดระวัง จากบนผามองเห็นผืนป่าและทิวเขาทอดตัวยาว ทางด้านหลังมองเห็นยอดดอยจงอยู่สูงกว่าระดับสายตาจุดชมทิวทัศน์ป่าแม่อาบ บริเวณสองข้างทางถนนสายเถิน-ลี้ ช่วงหลักกิโลเมตรที่ ๑๓-๒๖
เถิน,จังหวัดลำปาง
เขียนโดย
indipendent
ป้ายกำกับ:
จังหวัดลำปาง,
เถิน
/
Comments: (0)
อุทยานแห่งชาติแม่วะ ประกาศจัดตั้งเมื่อวันที่ ๑๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓ เป็นต้นกำเนิดของน้ำตกแม่วะ มีพื้นที่ ๓๖๘,๑๒๕ ไร่ หรือ ๕๘๙ ตารางกิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่ตำบลต่างๆ ในอำเภอเถิน อำเภอแม่พริก จังหวัดลำปาง อำเภอสามเงา อำเภอบ้านตาก จังหวัดตาก
ภูมิประเทศเป็นเทือกเขาสูงติดต่อกัน โดยมีดอยตาจี่เป็นยอดเขาสูงสุด มีความสูงประมาณ ๑,๐๒๗ เมตร จากระดับน้ำทะเล สภาพป่าแตกต่างกันไปตามระดับความสูงของพื้นที่ เป็นป่าเบญจพรรณ ป่าเต็งรัง ป่าสนเขา และดิบแล้ง ลักษณะสัณฐานของเทือกเขาในอุทยานจะเป็นที่ราบเป็นแนวยาวไปตามสันเขา มีต้นไม้ขนาดใหญ่และพืชสมุนไพรอุดมสมบูรณ์ รวมทั้งกล้วยไม้และดอกไม้นานาชนิด ที่นี่ยังมีความหลากหลายทางกายภาพ ทั้งชนิดของดิน และสภาพป่าทำให้พืชและสัตว์ต่างๆอาศัยอยู่หลายชนิด แต่ที่น่าสนใจคือกิ้งก่าบินที่ปัจจุบันจะพบเห็นได้ยาก แต่ยังพบเห็นได้ในอุทยานแห่งชาติแม่วะ ในระหว่างเดือนสิงหาคม ถึง พฤศจิกายน จะเป็นช่วงที่ป่างามมากที่สุด เต็มไปด้วยสีสันของดอกไม้ป่า ยอดเขาจะมีหมอกปกคลุม น้ำตกและลำห้วยจะมีน้ำไหลแรง นักท่องเที่ยวนิยมมาพักผ่อนในช่วงเดือนนี้ แหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจในอุทยานฯ มีน้ำตกแม่วะ จัดเป็นน้ำตกที่สูงมากแห่งหนึ่งของจังหวัดลำปาง ที่สำรวจแล้วมี ๑๒ ชั้น ชั้นที่สูงที่สุดมีความสูงประมาณ ๑๐๐ เมตร มีชื่อว่า “ตาดหลวง” แต่ช่วงหน้าแล้งน้ำจะแห้ง นอกจากนั้นยังมีน้ำตกที่รอการสำรวจอีกหลายแห่ง และมีถ้ำอยู่มากมายทั้งที่ทำการสำรวจแล้ว เช่น ถ้ำน้ำผ่าผางาม และกำลังจะทำการสำรวจเพิ่มเติม ที่พักและสิ่งอำนวยความสะดวก มีบริการบ้านพักและสถานที่กางเต็นท์ไว้บริการ การเดินทาง จากลำปางมาตามทางหลวงหมายเลข ๑ เลยอำเภอเถินมาประมาณ ๑๗ กิโลเมตร ถึงหลัก กม.ที่ ๔๙๘-๔๙๗ จะมีทางแยกขวามือข้างโรงเรียนแม่วะวิทยาเข้าไปประมาณ ๕ กิโลเมตร ทีทางแยกซ้ายมือเป็นทางคอนกรีตไปที่ทำการอุทยานแห่งชาติแม่วะ ซึ่งอยู่ใกล้กับอ่างเก็บน้ำของหมู่บ้านหากเดินทางโดยรถโดยสารประจำทางให้ลงที่ป้อมตำรวจแม่วะ จะมีมอเตอร์ไซค์รับจ้าง เข้ามาที่อุทยานฯราคาไม่เกิน ๓๐ บาท สอบถามรายละเอียดได้ที่อุทยานแห่งชาติแม่วะ ตำบลแม่วะ อำเภอเถิน จังหวัดลำปาง ๕๒๒๓๐
สอบถาม ข้อมูลท่องเที่ยว เบอร์โทรสถานที่ต่างๆ โทร. 1672 (การท่องเที่ยว)
ภูมิประเทศเป็นเทือกเขาสูงติดต่อกัน โดยมีดอยตาจี่เป็นยอดเขาสูงสุด มีความสูงประมาณ ๑,๐๒๗ เมตร จากระดับน้ำทะเล สภาพป่าแตกต่างกันไปตามระดับความสูงของพื้นที่ เป็นป่าเบญจพรรณ ป่าเต็งรัง ป่าสนเขา และดิบแล้ง ลักษณะสัณฐานของเทือกเขาในอุทยานจะเป็นที่ราบเป็นแนวยาวไปตามสันเขา มีต้นไม้ขนาดใหญ่และพืชสมุนไพรอุดมสมบูรณ์ รวมทั้งกล้วยไม้และดอกไม้นานาชนิด ที่นี่ยังมีความหลากหลายทางกายภาพ ทั้งชนิดของดิน และสภาพป่าทำให้พืชและสัตว์ต่างๆอาศัยอยู่หลายชนิด แต่ที่น่าสนใจคือกิ้งก่าบินที่ปัจจุบันจะพบเห็นได้ยาก แต่ยังพบเห็นได้ในอุทยานแห่งชาติแม่วะ ในระหว่างเดือนสิงหาคม ถึง พฤศจิกายน จะเป็นช่วงที่ป่างามมากที่สุด เต็มไปด้วยสีสันของดอกไม้ป่า ยอดเขาจะมีหมอกปกคลุม น้ำตกและลำห้วยจะมีน้ำไหลแรง นักท่องเที่ยวนิยมมาพักผ่อนในช่วงเดือนนี้ แหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจในอุทยานฯ มีน้ำตกแม่วะ จัดเป็นน้ำตกที่สูงมากแห่งหนึ่งของจังหวัดลำปาง ที่สำรวจแล้วมี ๑๒ ชั้น ชั้นที่สูงที่สุดมีความสูงประมาณ ๑๐๐ เมตร มีชื่อว่า “ตาดหลวง” แต่ช่วงหน้าแล้งน้ำจะแห้ง นอกจากนั้นยังมีน้ำตกที่รอการสำรวจอีกหลายแห่ง และมีถ้ำอยู่มากมายทั้งที่ทำการสำรวจแล้ว เช่น ถ้ำน้ำผ่าผางาม และกำลังจะทำการสำรวจเพิ่มเติม ที่พักและสิ่งอำนวยความสะดวก มีบริการบ้านพักและสถานที่กางเต็นท์ไว้บริการ การเดินทาง จากลำปางมาตามทางหลวงหมายเลข ๑ เลยอำเภอเถินมาประมาณ ๑๗ กิโลเมตร ถึงหลัก กม.ที่ ๔๙๘-๔๙๗ จะมีทางแยกขวามือข้างโรงเรียนแม่วะวิทยาเข้าไปประมาณ ๕ กิโลเมตร ทีทางแยกซ้ายมือเป็นทางคอนกรีตไปที่ทำการอุทยานแห่งชาติแม่วะ ซึ่งอยู่ใกล้กับอ่างเก็บน้ำของหมู่บ้านหากเดินทางโดยรถโดยสารประจำทางให้ลงที่ป้อมตำรวจแม่วะ จะมีมอเตอร์ไซค์รับจ้าง เข้ามาที่อุทยานฯราคาไม่เกิน ๓๐ บาท สอบถามรายละเอียดได้ที่อุทยานแห่งชาติแม่วะ ตำบลแม่วะ อำเภอเถิน จังหวัดลำปาง ๕๒๒๓๐
สอบถาม ข้อมูลท่องเที่ยว เบอร์โทรสถานที่ต่างๆ โทร. 1672 (การท่องเที่ยว)
วัดพระยืน,ลำพูน
วัดพระยืน ตั้งอยู่ที่บ้านพระยืน ตำบลเวียงยอง ข้ามลำน้ำกวง ไปตามทางหลวงหมายเลข ๑๑๔ เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข ๑๐๒๙ ประมาณ ๕๐๐ เมตร วัดพระยืนมีชื่อเดิมว่า วัดพฤทธมหา-สถาน ซึ่งพระเจ้าธรรมมิกราช กษัตริย์หริภุญชัย เป็นผู้สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. ๑๖๐๖-๑๖๑๑ พระเจดีย์วัดพระยืนเป็นพระเจดีย์ทรงมณฑป มีพระพุทธรูปยืนทั้งสี่ทิศ เครื่องบนประกอบด้วยเจดีย์ห้ายอด โดยมีเจดีย์ทรงระฆังและเจดีย์ทรงกลมขนาดเล็กเป็นประธาน คล้ายคลึงกับอานันทเจดีย์ที่เมืองพุกาม และพระเจดีย์วัดป่าสัก จังหวัดเชียงราย
วัดจามเทวี ,ลำพูน
เขียนโดย
indipendent
ป้ายกำกับ:
ลำพูน,
วัดจามเทวี
/
Comments: (0)
วัดมหาวัน,ลำพูน
เขียนโดย
indipendent
on วันพฤหัสบดีที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2552
อนุสาวรีย์สุเทวฤาษี ,ลำพูน
เขียนโดย
indipendent
ป้ายกำกับ:
ลำพูน,
อนุสาวรีย์สุเทวฤาษี
/
Comments: (0)
อนุสาวรีย์สุเทวฤาษี ตั้งอยู่ที่บริเวณดอยติ ริมถนนสายซุปเปอร์ไฮเวย์ตรงทางเข้าสู่เมืองลำพูน เดิมนั้นตั้งอยู่บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดลำพูน สุเทวฤาษีเป็นผู้สร้างเมืองหริภุญไชย แต่เนื่องจากเป็นผู้บำเพ็ญสมาบัติ และไม่ยุ่งเกี่ยวกับทางโลก จึงไปเชิญพระนางจามเทวีซึ่งเป็นพระธิดาของพระยาจักวัติแห่งเมืองละโว้มาปกครองเมืองหริภุญไชยแทน และยังได้ช่วยเหลือพระนางจามเทวีประดิษฐานพระบวรพุทธศาสนาในนครหริภุญไชยอย่างมั่นคง
ปทุมวดีเจดีย์,ลำพูน
เขียนโดย
indipendent
on วันพุธที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2552
ป้ายกำกับ:
ปทุมวดีเจดีย์,
ลำพูน
/
Comments: (0)
ปทุมวดีเจดีย์ หรือพระสุวรรณเจดีย์ ตั้งอยู่ทางขวาของพระบรมธาตุ สร้างขึ้นในสมัยพุทธศตวรรษที่ ๑๗ โดยพระนางปทุมวดี อัครมเหสีของพระเจ้าอาทิตยราช ภายหลังจากสร้างพระบรมธาตุเสร็จได้ ๔ ปี พระสุวรรณเจดีย์องค์นี้เป็นทรงปรางค์ ๔ เหลี่ยม ฝีมือช่างละโว้ มีพระพุทธรูปประจำซุ้ม ฝีมือแบบขอมปรากฎให้เห็นอยู่บ้าง ยอดพระเจดีย์มีทองเหลืองหุ้มอยู่ ภายใต้ฐานล่างเป็นกรุบรรจุพระเครื่อง
พระบรมธาตุหริภุญชัย,ลำพูน
เขียนโดย
indipendent
ป้ายกำกับ:
พระบรมธาตุหริภุญชัย,
ลำพูน
/
Comments: (0)
วิหารหลวง,ลำพูน
เขียนโดย
indipendent
on วันอังคารที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2552
ซุ้มประตู ,ลำพูน
วัดพระธาตุหริภุญชัยวรมหาวิหาร ,ลำพูน
เขียนโดย
indipendent
on วันจันทร์ที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2552
ป้ายกำกับ:
ลำพูน,
วัดพระธาตุหริภุญชัยวรมหาวิหาร
/
Comments: (0)
วัดพระธาตุหริภุญชัยวรมหาวิหาร ตั้งอยู่ใจกลางเมืองลำพูน มีถนนล้อมรอบสี่ด้าน คือ ถนนอัฎฐารสทางทิศเหนือ ถนนชัยมงคลทางทิศใต้ ถนนรอบเมืองทางทิศตะวันออก และถนนอินทยงยศทางทิศตะวันตก ห่างจากศาลากลางจังหวัดประมาณ ๑๕๐ เมตร สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. ๑๖๕๑ ในสมัยพระเจ้าอาทิตยราช เปิดให้เข้าชมตั้งแต่เวลา ๐๖.๐๐ - ๑๘.๐๐ น. ชาวต่างชาติเสียค่าเข้าชม ๒๐ บาท ภายในบริเวณวัดพระธาตุหริภุญชัยยังมีสิ่งที่น่าสนใจคือ
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติหริภุญไชย,ลำพูน
เขียนโดย
indipendent
ป้ายกำกับ:
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติหริภุญไชย,
ลำพูน
/
Comments: (0)
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติหริภุญไชย ตั้งอยู่ถนนอินทยงยศเยื้องกับวัดพระธาตุหริภุญชัย เริ่มก่อตั้งเมื่อ พ.ศ. ๒๔๗๐ โดยพระยาราชกุลวิบูลย์ภักดีสมุหเทศาภิบาลมณฑลพายัพ ต่อมากรมศิลปากรได้ดำเนินการก่อสร้างอาคารแห่งใหม่เสร็จเมื่อ พ.ศ. ๒๕๑๗ และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดอาคารเมื่อ พ.ศ. ๒๕๒๒ ภายในพิพิธภัณฑ์มีการจัดแสดงศิลปะโบราณวัตถุแบ่งเป็น ๓ ห้องคือ ห้องจัดแสดงใหญ่ เป็นห้องโถงยาวอยู่ชั้นบนของตัวอาคารมีการจัดแสดงวัตถุออกเป็น ๓ สมัย คือสมัยก่อนหริภุญไชย สมัยหริภุญไชย และสมัยล้านนา ได้แก่ พระพุทธรูป เศียรพระพุทธรูป พระพิมพ์ และเทวดาเป็นต้น ห้องจัดแสดงศิลปพื้นบ้าน และเครื่องไม้จำหลัก เป็นห้องจัดแสดงเล็กที่อยู่อาคารเล็กชั้นเดียวมีโถงเชื่อมจากชั้นบนของอาคารหลังใหญ่ วัตถุที่แสดงเป็นศิลปะสมัยล้านนา รัตนโกสินทร์ แสดงออกถึงภูมิปัญญาท้องถิ่น เช่น เครื่องใช้ในครัวเรือน เครื่องมือตีเหล็ก เครื่องมือทอผ้า เครื่องดนตรีพื้นบ้าน พานดอกไม้เชี่ยนหมาก เป็นต้น ห้องศิลาจารึก เป็นห้องโถงเปิดโล่ง อยู่ชั้นล่างของตัวอาคาร จัดแสดงศิลาจารึก สมัยหริภุญไชย ราวพุทธศตวรรษที่ ๑๗ และศิลาจารึก สมัยล้านนา อยู่ในพุทธศตวรรษที่ ๒๐ ลงมา เปิดทำการเวลา ๐๙.๐๐ - ๑๖.๐๐ น. ปิดวันจันทร์ อังคาร และวันนักขัตฤกษ์ ค่าเข้าชมคนละ ๑๐ บาท ชาวต่างประเทศ ๓๐ บาท สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. ๐ ๕๓๕๑ ๑๑๘๖ โทรสาร ๐ ๕๓๕๓ ๐๕๓๖
น้ำตกภูสอยดาว
เขียนโดย
indipendent
on วันพฤหัสบดีที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2552
ป้ายกำกับ:
น้ำตกภูสอยดาว
/
Comments: (0)
อุทยานแห่งชาติภูสอยดาว,จังหวัดอุตรดิตถ์
เขียนโดย
indipendent
ป้ายกำกับ:
จังหวัดอุตรดิตถ์,
อุทยานแห่งชาติภูสอยดาว
/
Comments: (0)
อุทยานแห่งชาติภูสอยดาว มีพื้นที่ ๑๔๙,๓๗๕ ไร่ ครอบคลุมพื้นที่ของอำเภอบ้านโคก อำเภอน้ำปาด จังหวัดอุตรดิตถ์ และอำเภอชาติตระการ จังหวัดพิษณุโลก ได้รับการประกาศเป็นอุทยานฯ เมื่อปี ๒๕๓๗ ลักษณะภูมิประเทศประกอบด้วยภูเขาสูงตามแนวชายแดนไทย-ลาว มียอดภูสอยดาวสูงที่สุด ๒,๑๐๒ เมตร จากระดับทะเล สภาพพื้นที่เป็นภูเขาสูงที่ป่าปกคลุม เป็นป่าดิบเขาสลับทุ่งหญ้าและป่าสน เช่นป่าสนสามใบ อากาศหนาวเย็นเกือบตลอดทั้งปี มีดอกไม้ป่าพันธุ์ต่าง ๆ เช่น ดอกหงอนนาค ดอกไม้ดินต่าง ๆ ขึ้นอยู่กลางป่าสน
น้ำตกแม่พูล,อำเภอลับแล
เขียนโดย
indipendent
on วันพุธที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2552
ป้ายกำกับ:
น้ำตกแม่พูล,
อำเภอลับแล
/
Comments: (0)
น้ำตกแม่พูล อยู่ที่หมู่ ๔ บ้านต้นเกลือ ตำบลแม่พูล เป็นน้ำตกที่เกิดจากการตกแต่งธารน้ำ โดยการเทปูนให้น้ำไหลลดหลั่นจากบนเขาสูงลงมา ดูคล้ายน้ำตกธรรมชาติ สูงหลายชั้น สภาพโดยรอบร่มรื่น บริเวณใกล้ ๆ น้ำตกเป็นสวนลางสาด บริเวณน้ำตกมีร้านจำหน่ายของที่ระลึก ร้านอาหารและที่จอดรถไว้บริการการเดินทาง จากอำเภอเมืองถึงอำเภอลับแล ระยะทาง ๘ กิโลเมตร จากนั้นใช้ทางหลวงหมายเลข ๑๐๔๓ ประมาณ ๑๒ กิโลเมตร หรือขึ้นรถสองแถวที่ถนนตุลาสถิตย์ ในตัวเมืองรถจะออกทุก 30 นาที ตั้งแต่เวลา ๐๖.๐๐–๑๗.๓๐ น. หรือจะเหมาแท๊กซี่ไปก็ได้
ลานสน น้ำปาด
อนุสาวรีย์เจ้าฟ้าฮ่ามกุมาร,อุตรดิตถ์
เขียนโดย
indipendent
on วันอังคารที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2552
ป้ายกำกับ:
อนุสาวรีย์เจ้าฟ้าฮ่ามกุมาร,
อุตรดิตถ์
/
Comments: (0)
วัดเจดีย์คีรีวิหาร,อุตรดิตถ์
เขียนโดย
indipendent
ป้ายกำกับ:
วัดเจดีย์คีรีวิหาร,
อุตรดิตถ์
/
Comments: (0)
วัดพระแท่นศิลาอาสน์,อุตรดิตถ์
เขียนโดย
indipendent
on วันจันทร์ที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2552
ป้ายกำกับ:
วัดพระแท่นศิลาอาสน์,
อุตรดิตถ์
/
Comments: (0)
วัดพระแท่นศิลาอาสน์ ตั้งอยู่บ้านพระแท่น ตำบลทุ่งยั้ง อยู่เลยวัดพระยืนไปเล็กน้อย วัดนี้สร้างขึ้นในสมัยกรุงศรีอยุธยา มีพระแท่นศิลาอาสน์เป็นศิลาแลงรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ฐานของพระแท่นโดยรอบประดับด้วยลายกลีบบัว มีตำนานว่าพระพุทธเจ้าเมื่อครั้งเป็นพระโพธิสัตว์เคยเสด็จมาจำศีลบำเพ็ญพุทธบารมี ณ ที่แห่งนี้ ต่อมาจึงมีการสร้างพระแท่นศิลาอาสน์ขึ้น บานประตูวิหารพระแท่นศิลาอาสน์ที่เป็นไม้สักแกะสลักนั้น เดิมเคยเป็นบานประตูวิหารพระพุทธชินราช วัดพระศรีมหาธาตุวรมหาวิหาร จังหวัดพิษณุโลกมาก่อน นอกจากนั้นภายในบริเวณวัดมีพิพิธภัณฑ์ที่เดิมเป็นศาลาการเปรียญ สร้างด้วยไม้ มี ๒ ชั้น ชั้นล่าง เป็นที่แสดงเครื่องมือจับสัตว์น้ำโบราณ เรือพายโบราณ ชั้นบน แสดงเกี่ยวกับเรื่องราวชีวิตชาววัง - ชาวบ้านสมัยก่อน เครื่องจักสาน เครื่องมือตีเหล็ก-ก่อสร้าง เครื่องสังคโลกสมัยสุโขทัย ธรรมาสน์โบราณฝีมือช่างสมัยอยุธยา พระพุทธรูปที่แกะจากต้นโพธิ์โบราณ และพระพุทธรูปสมัยสุโขทัย-กรุงศรีอยุธยา รวมถึงศิลปวัฒนธรรมของชาวเหนือ พิพิธภัณฑ์นี้เปิดให้เข้าชมฟรีทุกวัน เวลา ๐๘.๐๐–๑๗.๐๐ น.
วัดพระยืนพุทธบาทยุคล,อุตรดิตถ์
เขียนโดย
indipendent
ป้ายกำกับ:
วัดพระยืนพุทธบาทยุคล,
อุตรดิตถ์
/
Comments: (0)
วัดพระบรมธาตุทุ่งยั้ง,อุตรดิตถ์
เขียนโดย
indipendent
on วันอาทิตย์ที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2552
ป้ายกำกับ:
วัดพระบรมธาตุทุ่งยั้ง,
อุตรดิตถ์
/
Comments: (0)
วัดพระบรมธาตุทุ่งยั้ง,อุตรดิตถ์
เขียนโดย
indipendent
ป้ายกำกับ:
วัดพระบรมธาตุทุ่งยั้ง,
อุตรดิตถ์
/
Comments: (0)
อนุสาวรีย์พระศรีพนมมาศ,ลับแล
เขียนโดย
indipendent
ป้ายกำกับ:
ลับแล,
อนุสาวรีย์พระศรีพนมมาศ
/
Comments: (0)
วัดต่อแพ,อำเภอเมือง ขุนยวม
เขียนโดย
indipendent
on วันเสาร์ที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2552
ป้ายกำกับ:
วัดต่อแพ,
อำเภอเมือง ขุนยวม
/
Comments: (0)
วัดต่อแพ ตั้งอยู่ที่บ้านต่อแพ ตำบลแม่เงา ห่างจากตลาดขุนยวมประมาณ ๗ กิโลเมตร โดยก่อนที่จะถึงตลาดมีทางแยกจากทางสาย ๑๐๘ ตรงข้ามกับวัดม่วยต่อ ไปประมาณ ๕ กิโลเมตร เป็นทางลาดยางตลอด เป็นวัดเก่าแก่อยู่ทางฝั่งขวาของลำน้ำยวม มีวิหารขนาดใหญ่แบบพม่า สร้างอย่างวิจิตรสวยงามมากซึ่งภายในวิหารมีผ้าม่านเก่าแก่ทำด้วยกำมะหยี่ประดับลูกปัด มุกและทับทิม จำนวน ๑๖๔ เม็ดและมีธรรมาสน์สร้างใน พ.ศ. ๒๔๖๔ นอกจากนี้ยังมีเจดีย์ทรงมอญอีกด้วย ตามประวัติเล่าว่าบริเวณนี้แต่เดิมเคยเป็นที่พัก และรวมไม้ซุง นักต่อแพเหล่านี้ได้พร้อมใจกันสร้างวัดขึ้นมาแล้วให้ชื่อว่า “วัดต่อแพ”
ห้วยจอกหลวง,ตำบลแม่ฮี้
เขียนโดย
indipendent
ป้ายกำกับ:
ตำบลแม่ฮี้,
ห้วยจอกหลวง
/
Comments: (0)
โป่งเดือด,น้ำพุร้อนแบบไกเซอร์
เขียนโดย
indipendent
on วันศุกร์ที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2552
ป้ายกำกับ:
น้ำพุร้อนแบบไกเซอร์,
โป่งเดือด
/
Comments: (0)
โป่งเดือด เป็นบ่อน้ำพุร้อนแบบไกเซอร์ (Geyser type) ขนาดใหญ่ ซึ่งมีอุณหภูมิสูง และมีแรงดันสูงมาก ลักษณะของน้ำพุร้อนพุ่งสู่ผิวดินตลอดเวลาบางครั้งจะพุ่งขึ้นถึง ๒ เมตร มีกลิ่นค่อนข้างแรง จากลานจอดรถจะต้องเดินไปประมาณ ๕๐๐ เมตร การเดินทางไปสู่โป่งเดือดใช้ทางหลวงหมายเลข ๑๐๙๕ (แม่มาลัย-ปาย) กิโลเมตรที่ ๔๒ ก่อนถึงอุทยานห้วยน้ำดัง จะมีป้ายให้เลี้ยวขวาเข้าไป ๖.๕ กิโลเมตรห้วยน้ำรู และดอยสามหมื่น
เขียนโดย
indipendent
ป้ายกำกับ:
ดอยสามหมื่น,
ห้วยน้ำรู
/
Comments: (0)
จุดชมวิวดอยช้าง,แม่ฮ่องสอน
เขียนโดย
indipendent
on วันพฤหัสบดีที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2552
ป้ายกำกับ:
จุดชมวิวดอยช้าง,
แม่ฮ่องสอน
/
Comments: (0)
จุดชมวิวดอยช้าง ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติไปตามทางลูกรังอีกประมาณ ๒๐ กิโลเมตร ดอยช้างเป็นยอดดอยที่สูงที่สุดในอุทยานฯ เป็นจุดที่สามารถมองเห็นสภาพธรรมชาติของทิวเขาอันสลับซับซ้อน และทะเลหมอกในยามเช้าตรู่ ดอยช้างปกคลุมด้วยป่าดิบเขาอันอุดมสมบูรณ์ และเป็นแหล่งอาศัยของนกบนที่สูงนานาชนิด เช่น นกเดินดง นกจับแมลง นกเขน นกปรอด ฯลฯ นับเป็นแหล่งดูนกที่น่าสนใจมากแห่งหนึ่ง
โป่งน้ำร้อนเมืองแปง,ตำบลเมืองแปง
เขียนโดย
indipendent
ป้ายกำกับ:
ตำบลเมืองแปง,
โป่งน้ำร้อนเมืองแปง
/
Comments: (0)
โป่งน้ำร้อนเมืองแปง อยู่ในเขตบ้านเมืองแปง ตำบลเมืองแปง ห่างจากอำเภอปายประมาณ ๒๘ กิโลเมตร โดยใช้เส้นทางหลวงหมายเลข ๑๐๙๕ (ปาย-แม่มาลัย) และแยกเข้าสาย ๑๒๖๕ ด้านขวามือตรงบริเวณหลักกิโลเมตรที่ ๘๕-๘๖ ใกล้กับหน่วยพิทักษ์และรักษาป่าแม่ปิง เป็นทางลูกรังสลับกับคอนกรีต เป็นบ่อน้ำร้อนขนาดใหญ่ อุณหภูมิของน้ำร้อนสูงถึง ๙๕ องศาเซลเซียส และพลุ่งขึ้นเป็นระยะ ๆ